‘ชาญวิทย์’อดีตอธิการบดีมธ.รับทราบข้อหาแชร์ข้อมูลเท็จ

Home  >>  news  >>  ‘ชาญวิทย์’อดีตอธิการบดีมธ.รับทราบข้อหาแชร์ข้อมูลเท็จ

‘ชาญวิทย์’อดีตอธิการบดีมธ.รับทราบข้อหาแชร์ข้อมูลเท็จ

31
Jan,2018

off
  news

อดีตอธิการบดี มธ. พบ ปอท. รับทราบข้อหา เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ปมแชร์ภาพ “ภริยาบิ๊กตู่” ถือกระเป๋าหรู เผยเชื่อว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ผิดกฏหมายและศีลธรรม เป็นเพียงการแสดงความเห็นของประชาชนเท่านั้น จากกรณีเฟซบุ๊กของ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แชร์ภาพนางนราพร จันทร์โอชา ภริยาของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะถือกระเป๋าถ่ายรูปคู่กับพล.อ.ประยุทธ์

และข้อความของผู้ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กซึ่งเผยแพร่ภาพและข้อความโดย นายชาญวิทย์ โพสต์ข้อความระบุว่า “ผู้นำ ต้องใช้ของแพงๆ Thai leaders must look expensive not cheap..” ต่อมาพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ออกหมายเรียกนายชาญวิทย์มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่า เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

ล่าสุดวันที่ 31 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. พร้อมกล่าวว่า ตนถูกเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ตนยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาใครเป็นต้นเรื่อง ในแง่นี้ข้อกล่าวหาคืออะไร ซึ่งโดยส่วนตัวตนเชื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ได้ผิดกฎหมายและศีลธรรม เป็นการแสดงความเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคนระดับสูง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนในระดับนั้นจะต้องรับฟังความคิดเห็น เฟซบุ๊กใครๆ ก็ทราบว่าเป็นสื่อที่เผยแพร่อย่างรวดเร็ว จะให้มาตรวจสอบก็คงเป็นไปได้ยาก ตนเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าคนในระดับสูงใช้ของราคาสูงๆ นั้นอย่างไร ตั้งแต่ตนเป็นอาจารย์มา 40-50 ปี ไม่เคยโดนเรียกตัวอย่างนี้ ในชีวิตของการทำงานใน ม.ธรรมศาสตร์นั้น ผ่านมา 3 ตุลาคมก็ดี 14 ต.ค. ก็ดี อย่างดีก็แค่มีการใส่ร้าย ป้ายสี แต่การโดนเรียกตัวจากทางราชการนั้นเป็นครั้งแรกถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในบั้นปลายชีวิต ตนสอนหนังสือมา 40-50 ปี สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยก็ได้แค่เพียงมหาวิทยาลัย แต่การสอนหรือเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเฟซบุ๊กทำให้คนทั่วประเทศไทยรับความรู้แพร่กระจาย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Comments are closed.