กินผัก 5 สีให้ ‘เจ’ นี้ไม่จำเจ

Home  >>  news  >>  กินผัก 5 สีให้ ‘เจ’ นี้ไม่จำเจ

กินผัก 5 สีให้ ‘เจ’ นี้ไม่จำเจ

16
Oct,2017

off
  news

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ ไปจนกระทั่งขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 นับเป็นเทศกาลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีน หรือผู้ที่อยากละเว้นการกินเนื้อสัตว์เพื่อสร้างกุศล ซึ่งในเทศกาลกินเจปีนี้ตรงกับวันที่ 20-28 ตุลาคม 2560
เทศกาลกินเจ หรือ เทศกาลถือศีลกินผัก คือการละการกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด และปฏิบัติธรรม รักษาศีล ที่จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่

ตนเอง และก่อให้เกิดสันติสุขแก่ทุกชีวิตบนโลก และแน่นอนว่าเทศกาลกินเจเราเน้นการกินผักและผลไม้เป็นพิเศษ โดยในปีนี้ ทางเว็บไซต์ สสส. ขอนำเสนอแนวทางการกินผักผลไม้ที่จะทำให้ผู้กินเจได้รับใยอาหารและวิตตมินครบถ้วนจากการกินผักทั้ง 5 สี
คุณค่าของผักผลไม้ 5 สี
ผักและผลไม้อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ มีแร่ธาตุและวิตามินมากมาย แถมยังจัดว่าเป็นอาหารที่มีไฟโตนิวเทรียนท์สูง หรือ สารพฤกษาเคมี หมายถึง สารอาหารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ต้องได้รับจากพืชเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อม กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคต่างๆ
1. สีเขียว ให้สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ขจัดฮอร์โมน ช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็ง ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ยับยั้งการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้การกินผักใบเขียวเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีด้วย
ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักกาดหอม ผักคะน้า แตงกวา ตำลึง แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง เป็นต้น

2. สีเหลือง/ส้ม ให้สารลูทีน (Lutein) เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) มีประโยชน์ในการช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงสายตา
ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง/ส้ม เช่น แครอต ฟักทอง มันเทศ ส้ม มะละกอ เสาวรส มะนาว สับปะรด ขนุน และข้าวโพด เป็นต้น
3.สีม่วง/น้ำเงิน ให้สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง ยับยั้งเชื้อที่จะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ
ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีม่วง/น้ำเงิน เช่น มันเทศสีม่วง หอมแดง กะหล่ำสีม่วง มะเขือม่วง ดอกอัญชัน ผลไม้ตะกูลเบอร์รี่ เป็นต้น
4. สีขาว/น้ำตาลอ่อน ให้สารแซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการอักเสบ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังมีกรดไซแนปติก (Synaptic acid) และ อัลลิซิน (Allicin) โดยสารเหล่านี้มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจ
ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีขาว/น้ำตาล เช่น ขิง ข่า กระเทียม กุยช่าย ขึ้นช่าย เห็ด ลูกเดือย หัวไชเท้า ดอกกะหล่ำ ถั่วงอก กล้วย สาลี่ พุทรา ลิ้นจี่ ละมุด แห้ว เป็นต้น

และ 5.สีแดง มีสารไลโคปีน (Lycopene) และ เบตาไซซีน (Betacycin) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า และมากกว่ากลูตาไธโอนถึง 125 เท่า สารไลโคปีนช่วยป้องกันการเกิดดมะเร็งตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีแดง เช่น มะเขือเทศ บีทรูท แตงโม กระเจี๊ยบแดง หอมแดง พริกหวาน เป็นต้น
เราอยู่ในทศวรรษที่อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงวัฒนธรรมการกินที่คนหันมากินอาหารจานด่วนทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) โดยสนับสนุนให้ประชาชนกินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ สสส.และภาคีเครือข่ายได้รณรงค์เรื่องนี้อย่างเข้มข้นด้วยการขับเคลื่อนด้านวิชาการ สร้างสื่ออันส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมเรื่องของการปลูก ตลอดจนการจำหน่าย เช่น โครงการผักสีเขียว โครงการสวนผักคนเมือง ฯลฯ ทำให้คนไทยมาสุขภาพที่แข็งแรงและลดความสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
เทศกาลกินเจปีนี้ขอให้กินเจออย่างสุขภาพดี อิ่มบุญ และอิ่มใจกันนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สสส.

Comments are closed.